Skip to content

a8digital

Home » blog » เลือก Keyword ที่ควรใช้และ Keyword แบบไหนควรเลิก

เลือก Keyword ที่ควรใช้และ Keyword แบบไหนควรเลิก

  • by
เลือก Keyword

หัวใจสำคัญสำหรับการทำ SEO คือการใช้ Keyword ที่เหมาะสมเพื่อนำมาใช้งานต่ออย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเลือกคีย์เวิร์ดที่ถูกต้องถือเป็นก้าวแรกที่ส่งผลต่อ Performance ในระยะยาวของโปรเจ็คท์นั้นๆ แม้จะเป็นแบบนี้ แต่หลายคนก็ยังพลาดกันบ่อยๆ ในบทความนี้ A8Digital ขอพาไปดูว่า Keyword ที่ดี สำหรับการทำ SEO เป็นยังไง และ Keyword แบบไหนที่อยากให้ Marketer สายคอนเทนต์ทั้งหลาย เลิกได้ เลิกเถอะ

 

เข้าใจหัวใจการเลือก Keyword 3 ข้อ ที่ควรใช้

ในการเลือก Keyword สำหรับ SEO นั้น ต้องจำได้อยู่เสมอว่า สิ่งที่เรากำลังเอาชนะอยู่คือ Algorithm ของ Search Engine ซึ่งเป็น AI ตัวหนึ่งที่ฉลาดมาก และมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ดังนั้น มันตัดสินให้คะแนนแต่ละหน้าเพจของคุณด้วยข้อมูลที่พิสูจน์ได้ การเลือกคีย์เวิร์ดเพราะ คิดว่า, รู้สึกว่า, น่าจะเป็น นั้นขอให้พักไว้ก่อน โดยคีย์เวิร์ดที่ดีสำหรับ Algorithm จะเป็น Keyword ที่มีลักษณะสำคัญ 3 ข้อที่เกี่ยวข้องกันคือ

หลักสำคัญในการเลือก Keyword SEO

Relevance มีความเกี่ยวข้องกับโปรดักส์หรือจุดประสงค์ของเว็บไซต์

คีย์เวิร์ดมีเป็นร้อยเป็นพันคำ แต่คีย์เวิร์ดที่ดีและควรเลือกใช้ต้องเป็นคีย์เวิร์ดที่ส่งเสริมไปกับสินค้าหรือบริการหรือ Objective ของโปรเจ็คท์นั้นๆ การเลือก Keyword ให้มีความ Relevance กับเว็บไซต์หรือ Objective ของโปรเจ็คท์ จะช่วยให้ Google สามารถชี้หรือ Index ได้ว่าเว็บไซต์ของเราเป็นเว็บไซต์ประเภทใด และในอนาคตการถูกระบุไว้อย่างถูกหมวดหมู่จะช่วยให้ Google หรือ Search Engine เลือกแสดงผลเว็บไซต์ของเราไว้ในอันดับแรกๆ ส่งผลต่อตัวเลข Traffic ของคนที่เข้ามาในเว็บไซต์ ยิ่งอยู่ในอันดับที่ดี ยิ่งทำให้มีโอกาสที่ผู้ใช้จะคลิกมากขึ้น 

การมีความเกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นคำนั้นตรงๆ แต่สามารถเชื่อมโยงไปกันได้กับสินค้าหรือบริการ เช่นถ้าขายดอกไม้ Keyword ที่เกี่ยวข้องควรเป็นไปในกลุ่มของความหมายของดอกไม้แต่ละชนิด โอกาสในการให้ดอกไม้ หรือเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของลูกค้า เช่นเลือกดอกไม้อย่างไรให้เหมาะกับผู้รับ เป็นต้น 

 

Authority ความน่าเชื่อถือและเชี่ยวชาญของผู้แต่ง

แม้ Keyword จะเป็นคำทั่วๆ ไป แต่ผู้สร้างคอนเทนต์สามารถหยิบจับคำคำนั้นมาสร้างสรรค์ให้เป็นคอนเทนต์ของตัวเองได้ ยิ่งผู้เขียนหรือ Content Creator ที่สร้างคอนเทนต์นั้นมีโปรไฟล์ในการสร้างคอนเทนต์ในกลุ่มเดียวกันมากเท่าไหร่ Google จะมองว่าผู้เขียนคนนี้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ และมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นในการสร้างหน้าเพจหรือหน้าบทความในเว็บไซต์จึงควรมีการใส่ Section ของผู้แต่งลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์นั้นๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้เขียนคนเดียวกันจะเขียนเรื่องอื่นหรือคีย์เวิร์ดอื่นไม่ได้ การจัดอันดับคะแนนของเสิร์ชเอนจิ้นมีองค์ประกอบที่ละเอียดอ่อนกว่านั้น เพียงแต่ยิ่งคนเขียนมีโปรไฟล์เรื่องเดิมมากเท่าไหร่ โอกาสที่ Google จะมองเห็นย่อมมากกว่าเว็บไซต์ที่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญรับรอง

 

Have Search Volume เป็นคำที่มีคนค้นหา

นี่เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ตามข้างต้นที่บอกว่า Search Engine คือเครื่องมือที่เรียนรู้จากพฤติกรรมของผู้ใช้ ถ้าเลือก Keyword โดยคิดว่า น่าจะใช้, คงจะเป็นคำนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีคนค้นหาคำนั้นๆ เลย การทำ SEO ก็จะสูญเปล่า ไม่มีประโยชน์ที่จะใช้คำที่คนไม่ค้นหา ดังนั้นในตำราสอนทำ SEO หลายๆ เล่ม จึงบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำ SEO กับชื่อแบรนด์ของคุณ(แต่ยังควรทำ SEM) เพราะถ้าคนรู้ชื่อแบรนด์ยังไงเว็บไซต์ที่เป็นเจ้าของแบรนด์โดยตรงจะถูกเลือกขึ้นมาก่อนอยู่แล้ว จำนวน Search Volume จะส่งผลต่อจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณด้วยเช่นกัน ดังนั้น การเลือก Keyword ที่มีจำนวนผู้ค้นหาสูงๆ ก็จะช่วยให้ปริมาณ Traffic ในแต่ละเดือนของคุณเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ด้วยเช่นกัน แต่ในขณะเดียวกันคำที่มีผู้ค้นหาจำนวนมากก็อาจมีการแข่งขันสูง ทำให้ยากต่อการ Ranking เช่นกัน ดังนั้นเลือกคีย์เวิร์ดที่มี Volume ดีและค่าการแข่งขันเหมาะสมกับความสามารถของเว็บไซต์ตัวเองก่อนก็จะเป็นผลดีเช่นกัน

เครื่องมือที่ใช้ในการดู Search Volume 

Google Keyword Planner

Ubersuggest

Ahref

Keyword ที่ไม่ควรใช้

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ หลายๆ คนน่าจะพอนึกภาพออกว่า Keyword ที่ไม่ควรใช้ก็คือคีย์เวิร์ดที่ไม่ตรงตามคุณสมบัติทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมา หรือตรงนะ “แต่” เช่น

Authority แต่ ไม่ Relevance 

เช่นเป็นผู้แต่งหรือเว็บไซต์ที่เชี่ยวชาญเรื่องเกี่ยวกับ SEO แต่เขียนเกี่ยวเกี่ยวกับเรื่องการเงินแบบยิ่งใหญ่ หรือเรื่องการแพทย์ที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยกับโปรดักส์หรือเป้าหมายของโปรเจ็คท์นั้นๆ 

High Search Volume แต่ไม่ Relevance

การเลือกคีย์เวิร์ดที่มีจำนวนผู้ค้นหาสูงๆ ไว้ก่อนเป็นเรื่องที่ดี แต่ Google ให้คะะแนนความเป็น Orginal เป็นผู้เชี่ยวชาญ และเป็นเว็บไซต์ที่มีหมวดหมู่ชัดเจนในการจัดอันดับด้วย ดังนั้นการการเลือกที่มีจำนวนผู้ค้นหามากๆ แต่ไม่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้ช่วยให้เราชนะเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกว่าแต่อย่างใด

 

การเลือกคีย์เวิร์ดนอกจากทั้ง 3 หลักที่ A8Digital เล่าให้ฟังไปแล้วยังต้องรู้จักประเภทของ Keyword และรายละเอียดอื่นๆ อีกหลายอย่าง ซึ่ง A8Digital จะนำมาเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไป ถ้าคุณเป็น Marketer ที่ชื่นชอบความรู้เกี่ยวกับโลกของ Digital Marketing ติดตามเราไว้ได้ ทั้งทางเว็บไซต์ และ Facebook ของ A8Digital Agency